สรุป 12 ข้อคิดเรื่อง PASSIVE INCOME จาก ดิว วีรวัฒน์

[1] วิธีการที่‘ถูกต้อง’ในอดีต อาจจะใช้ไม่ได้ผลในปัจจุบัน หรืออาจจะมีวิธีการที่ดีกว่า สั้นกว่า ง่ายกว่าแต่ให้ผลลัพธ์เหมือนกัน

[2] เดิมเรามักถูกปลูกฝังแนวคิดที่ว่า ’บ้าน = ทรัพย์สิน’ ทำงาน เก็บเงินเพื่อซื้อบ้าน และเป็นหนี้ผ่อนซื้อบ้านนานหลายสิบปี ขณะที่ปัจจุบันคนนิยมเช่าอยู่แทน

[3] การกู้ซื้อบ้าน มีราคาค่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย ขณะที่บ้านมือสองราคาลดลง ทำให้ต้องขายบ้านขาดทุน ไม่รวมการขาดโอกาสในการลงทุน และอัตราเงินเฟ้อ

[4] การซื้อบ้านที่ทำ ‘กำไร‘ ได้ คือมีทำเลที่ตั้งที่ดี หรือมีถนนตัดผ่านที่ดิน และหากมีกระแสเงินสดเพียงพอ ซื้อแบบเงินสดดีที่สุด

[5] พฤติกรรมของคนเช่า นิยมเช่าคอนโดที่สร้างใหม่ ทำให้คอนโดเก่าที่ปล่อยเช่า หรือขายทำได้ยาก ขณะที่เจ้าของยังต้องผ่อนเงินกู้และจ่ายดอกเบี้ยอยู่

[6] ปัญหาบ้านร้างในญี่ปุ่น ที่คนยุคใหม่ไม่นิยมอยู่บ้านที่ได้รับจากมรดกจากรุ่นพ่อแม่ เป็นตัวอย่างของสังคมผู้สูงวัย ที่มีแนวโน้มเกิดในไทย ภายใน 20-30 ปี

[7] กระแสวัตถุนิยม ทำให้คนนิยมผ่อนซื้อสินค้าและเป็นหนี้ รวมถึงแสวงหาการยอมรับจากการใช้สินค้า brandname และหลงลืม ‘คุณค่า‘ ของตนเอง

[8] คนรวย เมื่อเงินจะออกจากกระเป๋าจะพิจารณาจาก 1) ความจำเป็น 2) ความเร่งด่วน

[9] คนรวย มักเอาเงินไปลงทุน หา passive income เพื่อให้มีรายได้ เงินเข้ากระเป๋าตลอดเวลา (ถ้ายังไม่รวยให้เพิ่มการหา active income ก่อน)

[10] ทุกคนเข้าถึง internet ได้ ทำให้โอกาสทางการศึกษาของทุกคน ’เท่ากัน’ แต่การขวนขวายหาความรู้ของแต่ละคน ’ไม่เท่ากัน’

[11] การเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาของประเทศทำได้ยาก การเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้ของ ‘ตนเอง’ ทำได้ง่ายกว่ามาก

[12] ธุรกิจครอบครัว หากลูกรับช่วงกิจการดูแลต่อ พ่อแม่ต้องให้อำนาจในการตัดสินใจในธุรกิจ หากมีความเห็นไม่ตรงกันให้คุยหลังบ้าน ไม่ใช่บนโต๊ะประชุมใหญ่

ไปดูคลิปเต็มๆ ได้ที่ https://youtu.be/C5vb6QjTTkQ?si=S4FWyuwmNJ_1lu2R

ขอบคุณคุณดิว และ CK จาก Podcast with CK (Ep. 7)